ระบบประเมิน 360 องศา ข้าราชการก้าวหน้าตามผลงาน ลดภาระงานครู

ระบบประเมิน 360 องศา ข้าราชการก้าวหน้าตามผลงาน ลดภาระงานครู

ปฏิรูประบบบริหารบุคลากรของ กทม.ให้เติบโตตามผลงาน ไม่ใช่ตามเส้นสายหรือมีตั๋วนาย โดยใช้การประเมิน 360 องศาที่ผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชาประเมินกันและกันได้ จากตัวชี้วัดที่วัดผลได้จริง ควบคู่กับการลดภาระงานที่ไม่จำเป็น ยกเลิกวัฒนธรรมรับนาย/โครงการผี ที่ดึงครูออกจากห้องเรียน เพื่อให้บุคลากรมีเวลาไปทำหน้าที่หลักหรือทำงานบริการประชาชนได้อย่างเต็มที่

ระบบประเมิน 360 องศา ข้าราชการก้าวหน้าตามผลงาน ลดภาระงานครู

ทำไมต้องแก้ปัญหา (Why)

ปัญหาสำคัญของระบบราชการไทย คือ การปรับเงินเดือน เลื่อนตำแหน่ง และแต่งตั้งโยกย้าย มักให้อำนาจกับผู้บังคับบัญชามากจนเกินไป และขาดกลไกถ่วงดุลที่เป็นทางการ ทำให้ความก้าวหน้าของบุคลากรต้องถูกกำหนดโดยความอาวุโส ความสัมพันธ์ส่วนตัว หรือเส้นสาย (ตั๋วนาย) มากกว่าผลงานจริงอันเป็นที่ประจักษ์ ส่งผลให้คนเก่งไม่ได้รับโอกาสเติบโตตามความสามารถ และหมดแรงจูงใจในการทำงาน ระบบราชการแบบเดิมให้ความสำคัญกับการเชื่อฟังผู้บังคับบัญชาและลำดับชั้นอย่างเข้มงวด จนเกิดวัฒนธรรม “สมยอม” ที่ทำให้บุคลากรจำนวนมากไม่กล้าเสนอแนวคิดใหม่ ไม่กล้าตั้งคำถามกับวิธีทำงานเดิม และไม่กล้าริเริ่มการเปลี่ยนแปลง เพราะเกรงว่าจะได้รับผลกระทบต่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ส่งผลให้ระบบขาดพลังในการพัฒนาและปรับตัว หากการประเมินข้าราชการยังเน้นเพียงกระบวนการ เอกสาร หรือความพึงพอใจของผู้บังคับบัญชา มากกว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง งานราชการก็ย่อมไม่ถูกผลักดันให้ตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง ระบบใหม่จึงต้องวัดจากผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้ เช่น คุณภาพงานบริการประชาชน ความสำเร็จของภารกิจ และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่หรือหน่วยงาน อีกทั้งข้าราชการจำนวนมากต้องใช้เวลาไปกับภาระงานที่ไม่จำเป็น งานเอกสารซ้ำซ้อน หรือกระบวนการจัดทำรายงานที่ไม่ได้มีส่วนในการช่วยพัฒนาการให้บริการแก่ประชาชน เมื่อเวลาของบุคลากรถูกใช้ไปกับงานที่ไม่สร้างคุณค่า ก็จะทำให้บุคลากรเหนื่อยล้า และไม่สามารถทุ่มเทเวลาให้แก่งานหลักได้

เราจะทำอะไร (What)

พรรคประชาชนเสนอนโยบายปฏิรูประบบบริหารบุคลากรของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้เติบโตตามผลงาน ดังนี้ 1. พัฒนาระบบประเมินผลงานแบบ 360 องศา ที่ไม่ได้อิงจากดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชาเพียงอย่างเดียว แต่เปิดให้มีข้อมูลประกอบการประเมินจากผู้ร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชา และผลลัพธ์ที่ประชาชนได้รับ เพื่อให้การประเมินสะท้อนความสามารถในการทำงานอย่างรอบด้าน และลดการผูกขาดอำนาจการตัดสินใจไว้ที่คนใดคนหนึ่ง 2. การแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่ง (วิทยฐานะ) และการโยกย้ายของข้าราชการ กทม. จะต้องอิงกับ KPIs และผลลัพธ์ที่วัดได้จริง ไม่ใช่อิงเพียงอายุงาน หรือความสัมพันธ์ส่วนตัว เช่น - งานด้านความปลอดภัย พิจารณาจากการลดลงของการเกิดอาชญากรรม - งานด้านบริการประชาชน พิจารณาจากคุณภาพและความรวดเร็วของบริการว่าดีขึ้นเพียงใด - งานด้านการศึกษา พิจารณาจากความก้าวหน้าของผู้เรียนในชั้นเรียนที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่ดูแค่เอกสารรายงานหรือกิจกรรมบนกระดาษ 3. กทม.จะทบทวนกระบวนการทำงานภายใน เพื่อลดภาระงานที่ไม่จำเป็น งานเอกสารซ้ำซ้อน และขั้นตอนที่ไม่ได้ช่วยให้ผลลัพธ์ของงานดีขึ้นจริง เพื่อคืนเวลาให้ข้าราชการได้ปฏิบัติหน้าที่หลักของตนเอง 4. ยกเลิกวัฒนธรรมรับนาย (หรือโครงการผีสำหรับครูในโรงเรียน) กทม.จะทบทวนโครงการและกิจกรรมที่ใช้งบประมาณแต่ไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม หรือไม่ตอบโจทย์ประชาชน เพื่อตัด “โครงการผี” ซึ่งเป็นโครงการฝากจากหน่วยงานภายนอก เช่น โครงการที่สำนักการศึกษาไม่ได้เห็นชอบ เพื่อลดภาระครูในการทำงานที่ไม่จำเป็น และไม่เกี่ยวข้องกับหน้าที่จัดการเรียนการสอนของครู