กทม.ร่วมมือรัฐบาล เพื่อพัฒนาเมืองและบังคับใช้กฎหมาย

กทม.ร่วมมือรัฐบาล เพื่อพัฒนาเมืองและบังคับใช้กฎหมาย

กทม.บริหารจัดการเมืองร่วมกับรัฐบาล เพื่อพัฒนาเมืองและบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมร่วมผลักดันกฎหมายกับสภาผู้แทนราษฎร ให้ กทม.มีอำนาจบริหารตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ

กทม.ร่วมมือรัฐบาล เพื่อพัฒนาเมืองและบังคับใช้กฎหมาย

ทำไมต้องแก้ปัญหา (Why)

กรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นเมืองหลวงของประเทศไทย ที่ควรได้รับการพัฒนาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แต่กลับมีข้อจำกัดบางอย่างที่ทำให้ กทม.ไม่สามารถเกิดการพัฒนาได้อย่างที่คาดหวัง ในกระบวนการพัฒนาเมืองหรือแม้กระทั่งการบังคับใช้กฎหมาย ปัจจุบัน กทม.ไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากไม่มีอำนาจในการบริหารจัดการในบางขั้นตอน และต้องอาศัยอำนาจจากรัฐส่วนกลางในการบริหารจัดการ การบริหารงานแบบแยกส่วนกันของรัฐส่วนกลางและท้องถิ่น เป็นต้นตอสำคัญที่ทำให้การบริหารจัดการเมืองไม่มีประสิทธิภาพ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด เช่น ด้านการจราจร กทม.มีอำนาจควบคุมได้เพียงรถขนาดเล็ก ส่วนรถขนาดใหญ่อำนาจอยู่ที่กระทรวงคมนาคม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่นเดียวกับอำนาจในการจับกุมผู้กระทำความผิดด้านจราจร ซึ่งอยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการกำหนดเส้นทางรถโดยสารสาธารณะที่ กทม.ไม่สามารถกำหนดเองได้ ทั้งนี้ ยังมีการบริหารจัดการเมืองในด้านอื่น ๆ ที่ กทม.ต้องอาศัยอำนาจจากรัฐส่วนกลางในการกำกับดูแล ดังนั้น เพื่อให้การพัฒนาเมืองและบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กทม.และรัฐบาลจะต้องทำงานร่วมกัน เพื่อให้เมืองได้พัฒนาอย่างไม่มีข้อจำกัด และประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด

เราจะทำอะไร (What)

พรรคประชาชนเสนอนโยบายที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) จะทำงานร่วมกับรัฐบาล เพื่อพัฒนาเมืองและบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนี้ 1. เชื่อมกล้องวงจรปิดกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เพื่อบังคับใช้กฎหมายจราจร และตรวจสอบข้อมูลการกระทำผิด เปรียบเทียบกับข้อมูลการจับปรับย้อนหลังได้ 2. ร่วมผลักดัน พ.ร.บ.กระจายอำนาจขนส่ง กับสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ กทม.มีอำนาจบริหารจัดการรถโดยสารสาธารณะในพื้นที่ของตนเองได้ 3. ดำเนินการตามแนวทางใน พ.ร.บ.ตั๋วร่วม เพื่อปรับโครงสร้างค่าโดยสารให้เหมาะสม (8-45 บาทตลอดการเดินทาง โดยคิดรวมรถโดยสารประจำทางและรถไฟฟ้า จากจุดต้นทางไปปลายทาง ไม่ใช่แค่จากสถานีรถไฟฟ้าหนึ่งไปอีกสถานีหนึ่ง) 4. เปลี่ยนค่าปรับจราจรที่ปัจจุบัน 50% เป็นรายได้ให้ กทม.เป็นเครดิตตั๋วร่วมให้ประชาชน 5. ผลักดันการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าใน กทม. เพื่อลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ พร้อมเพิ่มบริการ EV Charging Station บริเวณศาลาวินรถจักรยานยนต์หลายจุดทั่วกรุงเทพฯ 6. ผลักดันให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กำหนดมาตรการเพิ่มเติมให้โรงงานอุตสาหกรรม และโรงบำบัดน้ำเสีย เปิดเผยข้อมูลมลพิษต่อสาธารณะ และต้องสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้ 7. ผลักดันให้การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ยกระดับสนามกีฬากรุงเทพฯ สู่มาตรฐานเมืองกีฬา รองรับการเป็นเจ้าภาพ Youth Olympic Games 2030