ยกระดับมาตรการปราบยาเสพติด และเพิ่มสถานบำบัดฯผู้ติดยาเสพติด 3 เท่า ภายใน 4 ปี

ยกระดับมาตรการปราบยาเสพติด และเพิ่มสถานบำบัดฯผู้ติดยาเสพติด 3 เท่า ภายใน 4 ปี

เพิ่มบทบาทและงบประมาณให้แก่อาสาพัฒนาชุมชน (อช.), อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อพปร.) และเครือข่ายอาสาต่างๆ ให้เป็นกำลังเชิงรุกในการเฝ้าระวัง ประสานงาน และป้องกันปัญหายาเสพติดในระดับชุมชนอย่างเป็นระบบ พร้อมเพิ่มการสุ่มตรวจผู้เสพยาในชุมชน และเพิ่มสถานบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด 3 เท่า ภายใน 4 ปี

ยกระดับมาตรการปราบยาเสพติด และเพิ่มสถานบำบัดฯผู้ติดยาเสพติด 3 เท่า ภายใน 4 ปี

ทำไมต้องแก้ปัญหา (Why)

ปัญหายาเสพติดเป็นภัยที่ส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อยของชุมชน คุณภาพชีวิตของประชาชน และอนาคตของเยาวชนในกรุงเทพมหานคร (กทม.) เมื่อปัญหายาเสพติดเกิดขึ้นในพื้นที่ใด ย่อมสร้างความหวาดระแวงและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของคนในชุมชนนั้น ๆ ทั้งนี้ การจัดการปัญหายาเสพติดไม่อาจพึ่งพาการสอดส่องหรือการปราบปรามเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีระบบบำบัดและฟื้นฟูรองรับผู้ติดยาอย่างเพียงพอด้วย เพราะหากไม่มีสถานที่บำบัดและฟื้นฟูที่เข้าถึงได้จริง ผู้เสพและครอบครัวก็จะเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือได้ยาก และปัญหาย่อมมีโอกาสกลับมาเกิดซ้ำในชุมชน แต่ปัจจุบัน กทม.มีสถานบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดยาเพียง 1 แห่งในเขตประเวศ (สถานบำบัดผู้เสพยาอื่นล้วนสังกัดกระทรวงสาธารณสุข) ซึ่งไม่เพียงพอต่อการรองรับผู้ติดยาในเมืองขนาดใหญ่อย่างกรุงเทพฯ และการมีศูนย์บำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดเพียงจุดเดียว ทำให้ผู้ต้องการบำบัดและฟื้นฟูฯ เข้าถึงการให้บริการได้ยาก

เราจะทำอะไร (What)

พรรคประชาชนเสนอนโยบายเพื่อแก้ปัญหายาเสพติดในชุมชนอย่างรอบด้าน ดังนี้ 1. กทม.จะยกระดับบทบาทอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อพปร.) และเครือข่ายอาสาต่างๆ จากกำลังสนับสนุนทั่วไป ให้เป็นกลไกสำคัญในการติดตามสถานการณ์ ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และช่วยให้การแก้ปัญหายาเสพติดในชุมชนทำได้อย่างรวดเร็ว ใกล้ชิด และต่อเนื่องมากขึ้น โดยมีงบประมาณสนับสนุนจาก กทม.จัดสรรให้อย่างเพียงพอสำหรับการทำงาน 2. เพิ่มสถานบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด 3 เท่า ภายใน 4 ปี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้ติดยาที่ต้องการเข้ารับการบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพ ซึ่งกระจายอยู่ในทุกเขตของ กทม.