พัฒนาระบบแก้ปัญหาน้ำท่วมครบวงจร

พัฒนาระบบแก้ปัญหาน้ำท่วมครบวงจร

ยกระดับการแจ้งเตือนภัยพิบัติน้ำท่วมด้วยระบบคาดการณ์น้ำท่วม (Flood Simulation) พร้อมแจ้งเตือนและบริหารเครื่องจักรและน้ำล่วงหน้า, เพิ่มเป้าหมายลอกท่อครบ 100% ทุกปี, ตรวจสอบประสิทธิภาพลอกคลองด้วยเทคโนโลยี Sonar, สร้างแนวป้องกันน้ำท่วมบริเวณจุดฟันหลอริมแม่น้ำเจ้าพระยา และพัฒนาเขื่อนพร้อมทางเดินริมคลองเพื่อเพิ่มปริมาณรับน้ำ

พัฒนาระบบแก้ปัญหาน้ำท่วมครบวงจร

ทำไมต้องแก้ปัญหา (Why)

ปัญหาน้ำท่วมเรียกได้ว่าเป็นปัญหาคลาสสิก ที่คนกรุงเทพฯให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ และถูกพูดถึงอยู่ตลอดเวลา โดยที่ผ่านมาประชาชนทราบเพียงว่าหน่วยงานที่เป็นผู้ดูแลปัญหาเหล่านี้ จะมีแผนปฏิบัติการเพื่อรับมือน้ำท่วมของตนเองในทุกปี แต่ในฟากฝั่งของประชาชนเองนั้น กลับไม่มีข้อมูลหรือการแจ้งเตือนที่สามารถบอกได้ว่าน้ำจะท่วมบ้านตนเองตอนไหน จะต้องเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมเมื่อไหร่ ทั้งที่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้ได้ แต่ก็ยังจำกัดให้มีการใช้เฉพาะสำหรับเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานเท่านั้น ทั้งนี้ ในด้านของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจากต้นเหตุ ก็เป็นสิ่งที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ควรต้องวิเคราะห์ วางแผน และพัฒนาวิธีการแก้ปัญหาในทุก ๆ ปี การระบายน้ำของ กทม.ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคลองเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับสภาพท่อระบายน้ำที่ต้องสามารถรับและระบายน้ำได้เต็มประสิทธิภาพ หากท่ออุดตันจากตะกอน ขยะ และสิ่งปฏิกูล จะทำให้น้ำระบายได้ช้าลง เกิดน้ำท่วมขังซ้ำซาก และกระทบต่อการเดินทาง เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในวงกว้าง ขณะเดียวกันการลอกท่อที่ทำได้ไม่ครบถ้วนหรือไม่ต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ทำให้ประสิทธิภาพระบบระบายน้ำทั้งเครือข่ายลดลง แม้บางจุดจะได้รับการแก้ไขแล้วก็ตาม ดังนั้น กทม.จำเป็นต้องเร่งลอกท่ออย่างเป็นระบบให้ครอบคลุมทั้งเมือง ภายในกรอบเวลาที่ชัดเจน เพื่อฟื้นประสิทธิภาพการระบายน้ำ ลดความเสี่ยงน้ำท่วมขัง และยกระดับการบริหารจัดการเมืองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในส่วนของการลอกคลองนั้น ที่ผ่านมามีการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการในทุกปี แต่เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ไม่ได้มีการตรวจสอบประสิทธิภาพการลอกคลอง ว่าแต่ละครั้งความลึกของคลองลดลงไปเท่าไหร่ เจ้าหน้าที่ดำเนินการลอกคลองได้เต็มประสิทธิภาพแล้วหรือไม่ รวมทั้งการที่ กทม.ยังคงมีแนวฟันหลอ ซึ่งหมายถึงช่องว่างหรือพื้นที่ที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำท่วมถาวร เช่น เขื่อนหรือกำแพง ต่อเนื่องกันไปตลอดแนวริมแม่น้ำ ส่งผลให้พื้นที่บริเวณดังกล่าวกลายเป็นจุดเสี่ยง ที่ทำให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบริเวณชุมชนและถนน ในช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูงหรือมีน้ำเหนือหลาก ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่และประชาชนจะใช้มาตรการป้องกันน้ำท่วมชั่วคราว เช่น การนำกระสอบทรายไปปิดกั้น จากเดิม กทม.มีแผนงานก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วม เพื่อแก้ไขบริเวณจุดฟันหลอรวม 32 แห่ง ปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จ 22 แห่ง แต่ยังคงเหลือจุดฟันหลอรับน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยาอีกถึง 10 แห่ง ที่ยังไม่ดำเนินการอย่างถาวรและอยู่ระหว่างดำเนินการ รวมแล้วส่วนที่เป็นแนวฟันหลอยาว 4.35 กิโลเมตร นอกจากบริเวณฟันหลอริมแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว กทม.ยังมีพื้นที่ริมคลองอีกหลายจุด ที่ไม่มีเขื่อนกั้นป้องกันตลิ่งพังทลายจากการกัดเซาะของน้ำในคลอง ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดน้ำท่วมอันเนื่องมาจากน้ำล้นตลิ่งได้อีกด้วย ดังนั้น ในแนวทางการป้องกันน้ำท่วม กทม. พรรคประชาชนจึงได้มีแผนดำเนินการเพื่ออุดรูรั่ว ทั้งบริเวณแนวฟันหลอริมแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่ริมคลองใน กทม.ควบคู่กัน

เราจะทำอะไร (What)

พรรคประชาชนเสนอนโยบายเพื่อการรับมือภัยพิบัติน้ำท่วมแก่ประชาชน และแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันให้เกิดแนวทางการเดินหน้า ดังนี้ 1. พัฒนาระบบคาดการณ์น้ำท่วม (Flood Simulation) เทคโนโลยีจำลองสถานการณ์น้ำท่วมเสมือนจริง โดยใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ (GIS) ภูมิประเทศและข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ปริมาณน้ำฝน, ปริมาณน้ำท่า (Runoff), ระดับน้ำในแม่น้ำลำคลอง มาประมวลผลในรูปแบบ 3 มิติ เพื่อคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงที่จะถูกน้ำท่วมล่วงหน้า โดยกรุงเทพมหานคร (กทม.) จะส่งสัญญานแจ้งเตือนด้วยระบบ Cell Broadcast แก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้ประชาชนสามารถรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ ระบบคาดการณ์น้ำท่วม (Flood Simulation) ก็ยังคงมีประโยชน์ต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เช่น การเตรียมพร้อมอุปกรณ์ เครื่องสูบน้ำ หรือรถสูบน้ำเคลื่อนที่ เพื่อนำไปใช้ในพื้นที่เสี่ยงการเกิดน้ำท่วมได้อย่างทันท่วงทีเช่นเดียวกัน 2. ลอกท่อให้ครบ 100% ทั่วกรุงเทพฯทุกปี โดยเพิ่มงบประมาณ 300-500 ล้านบาทต่อปีในการบริหารจัดการ ซึ่งจะพัฒนางบประมาณที่จัดสรรนั้น ไปใช้ในการจ้างเอกชนให้มากขึ้นกว่าเดิม โดยมีจุดมุ่งหมายในการแก้ปัญหากำลังพลของรัฐที่ไม่เพียงพอ ทั้งยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการลอกท่อให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วย 3. ตรวจสอบประสิทธิภาพลอกคลองด้วยเทคโนโลยี Sonar ที่สามารถวัดความลึกของคลอง ก่อนและหลังดำเนินการเสร็จสิ้นในแต่ละครั้ง 4. เร่งก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมบริเวณจุดฟันหลอริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้ครบทั้ง 10 จุด ที่ยังไม่ดำเนินการอย่างถาวรและอยู่ระหว่างดำเนินการ ภายใน 4 ปี ได้แก่ - วัดจันทร์สโมสร เขตดุสิต - วังจักรพงษ์-ร้านโรงรส เขตพระนคร - ข้างเซียงกง ถนนพระราม 3 ซอย 56 เขตยานนาวา - ชุมชนโรงสี เขตยานนาวา - ถนนทางรถไฟสายเก่า เขตคลองเตย - คลองสวนแดน เขตบางพลัด - ข้างคลองมอญ เขตบางพลัด - ศูนย์สุขภาพ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า เขตบางกอกน้อย - อู่เรือกัปตัน เขตบางกอกน้อย - คลังเก็บเอกสารกรุงไทย เขตราษฎร์บูรณะ 5. สำรวจและสร้างเขื่อนริมคลองในจุดที่มีปัญหา เพื่อป้องกันการเกิดน้ำท่วม กทม.อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มปริมาณการรองรับและระบายน้ำในช่วงหน้าฝน เช่น บริเวณริมคลองเปรมประชากร เป็นต้น พร้อมพัฒนาเส้นทางเดิน/ปั่นจักรยานริมคลองร่วมด้วย เช่น บริเวณริมคลองบางนาและบางซื่อ เป็นต้น 6. ทยอยเพิ่มท่อระบายน้ำเสียในพื้นที่ที่มีโรงบำบัดน้ำเสีย แยกออกจากท่อน้ำฝน เพื่อเพิ่มปริมาณการระบายน้ำฝน และเพิ่มประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียให้มีคุณภาพมาตรฐาน ก่อนปล่อยลงสู่คลองธรรมชาติ