ยกเลิกสัญญาโรงขยะอ่อนนุช

ยกเลิกสัญญาโรงขยะอ่อนนุช

กทม.ยกเลิกสัญญาโรงขยะอ่อนนุชทันที เพื่อยุติกลิ่นเหม็นที่ส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนมาอย่างยาวนาน โดยไม่รอสิ้นสุดสัญญา และปรับเปลี่ยนเป็นระบบปิดและพื้นที่สีเขียว แทนที่โรงขยะเดิม

ยกเลิกสัญญาโรงขยะอ่อนนุช

ทำไมต้องแก้ปัญหา (Why)

ปัญหาโรงขยะอ่อนนุช นับเป็นปัญหาเรื้อรังที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชนในละแวกใกล้เคียง มาเป็นเวลานับปี โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด คือ เขตประเวศ ซึ่งเป็นเขตที่โรงขยะตั้งอยู่ มีจำนวนประชากรถึง 184,355 คน นอกจากนี้ยังมีการร้องเรียนปัญหากลิ่นเหม็นของโรงขยะอ่อนนุชจากบางพื้นที่ของเขตสวนหลวง เขตพระโขนง เขตบางนา เขตสะพานสูง เขตลาดกระบัง และต่อเนื่องไปถึงอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ สะท้อนว่าปัญหานี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงจุดเดียว แต่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างตามสภาพแวดล้อมและทิศทางลม โดยประชาชนที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง มักมีอาการป่วยเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ รวมถึงอาการ คลื่นไส้ วิงเวียน และระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ แม้ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันได้ชัดเจน ว่าเป็นผลกระทบจากกลิ่นเหม็นของโรงขยะอ่อนนุชโดยตรงหรือไม่ แต่ผลกระทบต่อสุขภาวะและความกังวลของประชาชนเกิดขึ้นจริงและต่อเนื่อง นอกจากปัญหากลิ่นเหม็นแล้ว ก่อนหน้านี้ยังเคยมีปัญหาควันพิษที่ปล่อยออกมาจากปล่องเตาเผาขยะติดเชื้อ ทำให้ประชาชนไม่ได้ต้องเผชิญเพียงความรำคาญจากกลิ่นเหม็น แต่ยังมีความกังวลต่อสภาพแวดล้อมและคุณภาพอากาศโดยรอบอีกด้วย ทั้งนี้ จากผลกระทบที่กล่าวมาข้างต้น มีต้นตอมาจากการออกแบบโรงขยะที่ไม่ใช่ระบบปิด ดังนั้น กรุงเทพมหานครจึงจำเป็นต้องแก้ไขปัญหานี้จากต้นตอ ไม่ใช่เพียงการบรรเทาผลกระทบปลายทาง และตระหนักอย่างยิ่งว่าเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วน

เราจะทำอะไร (What)

พรรคประชาชนเสนอนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน จากการดำเนินงานของโรงขยะอ่อนนุช โดยยุติสัญญาโรงขยะอ่อนนุชที่เป็นแหล่งกำเนิดกลิ่นเหม็น โดยไม่ต้องรอให้ถึงวันสิ้นสุดสัญญา ทั้งนี้ สัญญาส่วนกำลังรองรับ 600 ตันต่อวัน จะสิ้นสุดในเดือน ธันวาคม 2569 และสัญญาส่วนกำลังรองรับ 1,000 ตันต่อวัน จะสิ้นสุดในเดือน มิถุนายน 2570 กรุงเทพมหานคร (กทม.) จะใช้กรอบเวลาดังกล่าว ในการวางแผนยุติการดำเนินงานและเร่งจัดการปัญหา โดยไม่ปล่อยให้ประชาชนต้องทนรับผลกระทบต่อไปจนถึงวันสิ้นสุดสัญญา ซึ่งมีแผนดำเนินการในเบื้องต้น ดังนี้ 1. จัดการนำขยะที่มีอยู่เดิม ขนส่งไปยังพื้นที่ที่มีศักยภาพในการพักและกำจัดขยะชั่วคราว ระหว่างพัฒนาโรงขยะระบบปิดใหม่แทนที่ 2. ปรับเปลี่ยนรูปแบบโรงขยะแห่งใหม่ให้เป็นแบบปิด รวมถึงแทนที่โรงขยะเดิมด้วยพื้นที่สีเขียวบนพื้นที่ที่เหลือ 3. นำเทคโนโลยี E-Nose (Electronic Nose) หรือเครื่องจมูกอิเล็กทรอนิกส์ มาใช้ในการตรวจจับกลิ่น และเปิดเผยข้อมูล เพื่อตรวจสอบมลพิษทางอากาศและเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อควบคุมมาตรฐานการดำเนินงานของโรงขยะแห่งใหม่ ซึ่งเทคโนโลยีนี้มีกลไกสามารถตรวจจับระดับของสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่ายและก๊าซอื่น ๆ ที่อาจส่งผลเสียต่อร่างกายของมนุษย์ได้ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยในการวิเคราะห์กลิ่น เพื่อหาแหล่งที่มาของมลพิษได้อีกด้วย สำหรับการปรับปรุงแก้ไขปัญหาโรงขยะทั้ง 3 แห่งของ กทม. ได้แก่ โรงขยะสายไหม โรงขยะหนองแขม และโรงขยะอ่อนนุช มีแผนดำเนินการ ดังนี้ 1. กำหนดให้เอกชนโรงขยะสายไหมเร่งปรับปรุงตามข้อแนะนำของกรมควบคุมมลพิษ 2. เพิ่มระบบล้างรถขยะภายในโรงขยะสายไหม เพื่อลดเวลาต่อคิวล้างรถขยะ และเอาผิดรถขยะที่ปล่อยน้ำเลอะถนนจากภาพกล้องวงจรปิด 3. เพิ่มรถน้ำแรงดันสูงประจำพื้นที่เขตสายไหม หนองแขม และอ่อนนุช เพื่อเพิ่มรอบล้างถนนบริเวณรอบโรงขยะ 4. ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายสาธารณสุขกับโรงคัดแยกขยะเอกชน บริเวณโรงขยะที่ปล่อยน้ำเลอะถนน