Mega Project คลองกรุงเทพฯ

Mega Project คลองกรุงเทพฯ

พัฒนาคลองในทุกมิติอย่างครอบคลุม ด้วยการกำหนดมาตรฐานคลองและคุณภาพชีวิตสองฝั่งคลอง จัดโครงข่ายเรือคลองใหม่ เดินทางสะดวกด้วยเรือ/ทางเดิน/จักรยาน เพิ่ม Feeder เรือไฟฟ้า สร้างย่านท่องเที่ยวใหม่สนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนริมคลอง ตั้งเป้ายุติการปล่อยน้ำเสียและบำบัดน้ำเสียในคลองเพิ่ม พร้อมจัดทำ Bangkok Canal Dashboard หรือระบบข้อมูลเปิดคลองกรุงเทพฯ

Mega Project คลองกรุงเทพฯ

ทำไมต้องแก้ปัญหา (Why)

คลองถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางน้ำที่มีอยู่ในทุกเขตของกรุงเทพมหานคร (กทม.) มากน้อยแตกต่างกันไปตามลักษณะทางภูมิศาสตร์ โดยรวม กทม.มีคลองทั้งหมด 1,165 แห่ง ความยาวรวม 2,284 กิโลเมตร ก่อนนี้ กทม.เคยเป็นเมืองที่ผู้คนเดินทางทางน้ำ คลองจึงถือเป็นวิถีดั้งเดิมของชีวิตคนกรุงเทพฯมานับร้อยปี แต่ปัจจุบันคลองกลับถูกละเลย ไม่มีการดูแลและนำกลับมาใช้ประโยชน์มากเท่าที่ควร ทุกวันนี้คลองของกรุงเทพฯ ถูกมองเป็นหลายเรื่องแยกจากกัน บางช่วงถูกมองเป็นทางระบายน้ำ บางช่วงเป็นเรื่องขยะ บางช่วงเป็นเรื่องน้ำเสีย บางช่วงเป็นเรื่องภูมิทัศน์ และบางช่วงเป็นเรื่องการเดินเรือ ผลคือเมืองแก้ปัญหาเป็นชิ้น ๆ แต่ไม่เคยจัดการคลองในฐานะ "ระบบสาธารณะของเมือง" ทั้งระบบ ทั้งที่ในทางปฏิบัติหน่วยงานของ กทม.เองรับผิดชอบภารกิจที่เชื่อมถึงกันอยู่แล้ว สำนักการระบายน้ำมีหน้าที่ทั้งสร้างและดูแลอาคารบังคับน้ำ บริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมและภัยแล้ง หมุนเวียนน้ำเพื่อรักษาคุณภาพน้ำ ควบคุมระดับน้ำในคลองเพื่อการเดินเรือและการท่องเที่ยว ดูแลคุณภาพน้ำและรวบรวมน้ำเสียไปบำบัด รวมถึงดูแลระบบข้อมูลและโทรมาตรด้านน้ำของเมือง และเนื่องจากคลองหลายจุดใน กทม.มีศักยภาพในการเชื่อมต่อบริการขนส่งสาธารณะ เช่น ป้ายรถโดยสารประจำทาง สถานีรถไฟฟ้า ดังนั้น หาก กทม.มีความมุ่งมั่นในการศึกษาศักยภาพ เพื่อกำหนดเส้นทางเดินเรือที่เชื่อมต่อขนส่งสาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะสามารถช่วยอำนวยความสะดวกต่อประชาชนในการเดินทาง และช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดบนท้องถนนลงได้ อีกทั้งหาก กทม.กำหนดมาตรการเปลี่ยนเรือน้ำมันให้เป็นเรือไฟฟ้า ก็จะช่วยลดมลพิษทางอากาศ ลดเสียงรบกวนประชาชน และรักษาตลิ่งริมคลองไว้ได้อีกด้วย ในอีกมุมหนึ่งคลองของกรุงเทพฯ ไม่ได้มีคุณค่าแค่เรื่องน้ำหรือการเดินทาง แต่เป็นพื้นที่สะสมเรื่องราวของเมือง วิถีชีวิตริมคลอง วัฒนธรรมอาหาร ตลาดชุมชน งานศิลปะ และอัตลักษณ์ของแต่ละย่านอีกด้วย ดังนั้น กทม.จึงควรหันมาใส่ใจและมีนโยบายเพื่อพัฒนาคลองในทุกมิติอย่างจริงจัง ให้เป็น Mega Project คลองกรุงเทพฯ ด้วยการกำหนดมาตรฐานคลองและคุณภาพชีวิตสองฝั่งคลอง จัดโครงข่ายเรือคลองใหม่ให้มีทั้งเส้นหลักและเส้นรอง สนับสนุนกิจกรรมเศรษฐกิจชุมชนริมคลอง ฯลฯ

เราจะทำอะไร (What)

พรรคประชาชนเสนอนโยบาย Mega Project คลองกรุงเทพฯ โดยมีแนวทางการพัฒนาคลองในทุกมิติอย่างครอบคลุม ดังนี้ 1. จัดโครงข่ายเรือคลองใหม่ให้มีทั้งเส้นหลัก และเส้นรอง โดยใช้คลองแสนแสบและคลองภาษีเจริญเป็นแกนหลักเดิมของเมือง แล้วเปิดเส้นหลักใหม่ฝั่งตะวันออกจากสุขุมวิท–คลองพระโขนง–ศรีนครินทร์–คลองประเวศบุรีรมย์ ต่อเนื่องไปยังทับช้าง ลาดบัวขาว และมีนบุรี พร้อมจัดเส้นรองเพื่อป้อนคนเข้าสู่เส้นหลักจากคลองตัน หัวตะเข้ ลาดกระบัง สายไหม วุฒากาศ และบางขุนเทียน 2. เพิ่มเส้นทางเรือโดยสารสาธารณะ (EV Feeder) ในจุดที่มีศักยภาพเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้าได้เป็นอันดับแรก ได้แก่ - คลองภาษีเจริญ (เพชรเกษม 69 - BTS บางหว้า - วัดปากน้ำภาษีเจริญ) - คลองพระโขนง (พระโขนง - MRT ศรีนุช) - คลองแสนแสบ (บางกะปิ - นิคมอุตสาหกรรมบางชัน) โดยมาพร้อมกับมาตรการ "เปลี่ยนเรือน้ำมันให้เป็นเรือไฟฟ้า" เพื่อช่วยลดมลพิษทางอากาศ ลดเสียงรบกวนประชาชน และรักษาตลิ่งริมคลองไว้ได้ ทำให้การเดินทางด้วยเรือสาธารณะของกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นมิตรต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน พร้อมพัฒนาทางเดินริมคลองให้ประชาชนสามารถเดิน-วิ่งได้สะดวก เช่น บริเวณริมคลองบางนาและบางซื่อ 3. ปรับการทำงานของกทม.จากการดูแลคลองแบบแยกส่วน ไปสู่การบริหารแบบ "ระบบคลองเมือง" โดยถือว่าคลองหลักทุกสายต้องถูกจัดการพร้อมกันอย่างน้อย 5 เรื่อง ได้แก่ ระดับน้ำ คุณภาพน้ำ น้ำเสีย ขยะและวัชพืชทางน้ำ ความพร้อมของประตูระบายน้ำ–สถานีสูบน้ำ–ประตูเรือสัญจร และการใช้งานพื้นที่ริมคลอง 4. กำหนดมาตรฐานคลองใหม่ของกรุงเทพฯ ให้คลองหลักทุกสายต้องมีเกณฑ์กลาง อย่างน้อย 6 เรื่อง ได้แก่ - มิติทางกายภาพของคลอง เช่น ความลึกใช้งาน หน้าตัดคลอง ความพร้อมของตลิ่ง และจุดตื้นเขิน - มิติระดับน้ำและการไหล เช่น ระดับน้ำใช้งาน ระดับน้ำเตือนภัย และความต่อเนื่องของการไหล - มิติคุณภาพน้ำ เช่น pH, DO (Dissolved Oxygen = ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำ), BOD (Biochemical Oxygen Demand = ค่าความต้องการออกซิเจนของจุลินทรีย์ในการย่อยสลายสารอินทรีย์), NH3-N (Ammonia Nitrogen = แอมโมเนียไนโตรเจน) และสถานะน้ำเสีย - มิติการใช้งานคลอง เช่น การเดินเรือได้หรือไม่ได้ จุดคอขวด สิ่งกีดขวาง และสภาพประตูเรือสัญจร - มิติความสะอาดและภูมิทัศน์ เช่น ขยะ วัชพืชทางน้ำ และความสะอาดตลอดแนวคลอง - มิติข้อมูลสาธารณะ คือ ประชาชนต้องเข้าถึงข้อมูลของคลองแต่ละเส้นได้ ไม่ใช่มีข้อมูลอยู่เฉพาะในหน่วยงานราชการ 5. กำหนดให้คลองหลักของกรุงเทพฯ ต้องมีมาตรฐานคุณภาพชีวิตสองฝั่งคลอง อย่างน้อย 5 เรื่อง คือ - ทางเดินสาธารณะริมคลองที่ต่อเนื่องและใช้งานได้จริง - ไฟส่องสว่างและความปลอดภัย เช่น จุดมืด ราวกันตก และพื้นที่เสี่ยง - ความสะอาดของคลองและทางเดินริมคลอง - การเข้าถึงของทุกคน รวมถึงผู้สูงอายุ คนพิการ และเด็ก - การจัดการสิ่งรุกล้ำริมคลองอย่างเป็นธรรม เพื่อเปิดพื้นที่สาธารณะและรักษาประสิทธิภาพของคลองไปพร้อมกัน 6. สร้างเศรษฐกิจคลอง โดยใช้คลองเป็นแกนเชื่อมการท่องเที่ยวชุมชน การค้ารายย่อย วัฒนธรรม และกิจกรรมสาธารณะของเมือง ไม่มองแค่ "ล่องเรือเที่ยว" แต่ทำให้คลองเป็นระบบเศรษฐกิจย่านที่มีรายได้หมุนเวียนตลอดปี โดยกำหนดคลองและย่านนำร่องที่มีฐานพร้อมอยู่แล้ว เช่น - คลองภาษีเจริญ ในฐานะเส้นทางท่องเที่ยววิถีชุมชนและศาสนสถานของฝั่งธนบุรี - ตลาดน้ำตลิ่งชัน ในฐานะตลาดน้ำที่มีระบบพื้นที่สาธารณะและการใช้งานรองรับอยู่แล้ว - หัวตะเข้ ในฐานะย่านศิลปะ ชุมชนเก่า และจุดหมายปลายทางเชิงวัฒนธรรมของฝั่งลาดกระบัง - คลองบางมด–บางขุนเทียน ในฐานะย่านกิจกรรมริมน้ำ วิถีชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงอาหาร/ธรรมชาติ ทั้งนี้ จะสนับสนุนกิจกรรมเศรษฐกิจชุมชนริมคลอง อย่างน้อย 4 รูปแบบ คือ - ตลาดชุมชนและตลาดน้ำร่วมสมัย - กิจกรรมวัฒนธรรมและเทศกาลริมคลอง - เส้นทางเรียนรู้ย่านและ Local Guide - กิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น งานศิลปะ งานคราฟต์ อาหาร และงานแสดงขนาดเล็ก โดยใช้เครื่องมือที่ กทม.มีอยู่แล้ว เช่น แพลตฟอร์ม Visit Bangkok, Bangkok Learning City และระบบจองใช้พื้นที่สาธารณะของเมือง 7. ตั้งเป้ายุติการปล่อยน้ำเสียลงคลองหลักของกรุงเทพฯ โดยใช้ 4 เครื่องมือพร้อมกัน คือ - ขยายระบบรวบรวมน้ำเสีย ให้ครอบคลุมพื้นที่ริมน้ำและชุมชนที่ยังปล่อยน้ำลงคลองโดยตรง - เพิ่มประสิทธิภาพโรงควบคุมคุณภาพน้ำ และการเดินระบบบำบัดน้ำเสียให้สอดคล้องกับภาระน้ำเสียจริง - ควบคุมการระบายน้ำทิ้งและการเชื่อมต่อระบบบำบัดน้ำเสียของอาคาร หน่วยงาน และสถานประกอบการให้เข้มงวดขึ้น - ฟื้นคุณภาพน้ำคลองเชิงรุก ด้วยการหมุนเวียนน้ำ ตัดจุดน้ำเสียซ้ำซาก และเปิดข้อมูลคุณภาพน้ำให้ประชาชนตรวจสอบได้ กำหนดให้คลองหลัก เช่น คลองแสนแสบ คลองภาษีเจริญ คลองพระโขนง คลองประเวศบุรีรมย์ และคลองลาดพร้าว เป็นชุดนำร่องของการฟื้นคุณภาพน้ำ เพราะคลองเหล่านี้มีทั้งมิติการเดินทาง การใช้พื้นที่สาธารณะ และบทบาทด้านภาพลักษณ์ของเมือง หากฟื้นคลองหลักได้สำเร็จ จะเห็นผลทั้งด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตทันที 8. กำหนดให้คลองหลักและคลองรองที่อยู่ในผังเส้นทางเดินทางของกรุงเทพฯ ต้องผ่านการสำรวจและปรับปรุงเส้นทางอย่างเป็นระบบ โดยอย่างน้อยต้องตรวจและแก้ 6 เรื่อง คือ - ความลึกและหน้าตัดของคลอง - จุดตื้นเขินและตะกอนสะสม - สิ่งกีดขวางทางน้ำ เช่น ขยะ วัชพืช และสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำ - ความพร้อมของประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ และประตูเรือสัญจร - การแก้ไขประตูน้ำหรือโครงสร้างบังคับน้ำที่ทำให้เรือผ่านไม่ได้ ให้สามารถผ่านได้จริง - ความพร้อมของท่าเรือและการเข้าออกท่าเรือ แนวทางนี้สอดคล้องกับภารกิจปัจจุบันของสำนักการระบายน้ำ และโครงการท่าเทียบเรือที่สำนักการจราจรและขนส่งกำลังผลักดันอยู่แล้ว 9. กำหนดให้คลองหลักและคลองเชื่อมชุมชนของกรุงเทพฯ ทำหน้าที่ด้านความปลอดภัยอย่างน้อย 4 เรื่องไปพร้อมกัน - เป็นเส้นทางเข้าถึงผู้ประสบเหตุทางน้ำและพื้นที่เข้าถึงยาก ใช้คลองเป็นแนวปฏิบัติการของเรือกู้ภัย เรือช่วยชีวิต และการเข้าถึงชุมชนริมน้ำในภาวะฉุกเฉิน โดยต่อยอดจากกิจกรรมช่วยเหลือประชาชนตามแผนป้องกันอุบัติภัยทางน้ำที่ กทม.ดำเนินการอยู่แล้ว - เป็นระบบเฝ้าระวังและเตือนภัยน้ำแบบเรียลไทม์ ใช้ข้อมูลระดับน้ำในคลอง สถานะเตือนภัย และสถานะวิกฤตจากระบบของสำนักการระบายน้ำเป็นฐานเตือนภัยให้ประชาชนและหน่วยงานเขต - เป็นโครงสร้างรองรับการอพยพและช่วยเหลือเบื้องต้นในชุมชนริมน้ำ ผูกคลองเข้ากับแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ กทม. และแผนเผชิญเหตุระดับเขต เพื่อให้เขตรู้ว่าคลองเส้นใดใช้เป็นแนวเข้าถึง ช่วยอพยพ หรือส่งกำลังสนับสนุนได้ - เป็นแนวรองรับการดับเพลิงและกู้ภัยทางน้ำ สนับสนุนสถานีดับเพลิงและกู้ภัยทางน้ำ จุดจอดเรือ อุปกรณ์ และการเข้าปฏิบัติการในพื้นที่ริมน้ำและพื้นที่เข้าถึงยาก โดยกทม.มีทั้งโครงการปรับปรุงท่าจอดเรือของสถานีกู้ภัยทางน้ำ และมีภารกิจปฏิบัติการกู้ภัยทางน้ำอยู่แล้ว 10. จัดทำ Bangkok Canal Dashboard หรือระบบข้อมูลเปิดคลองกรุงเทพฯ ที่รวมข้อมูลคลองสำคัญของเมืองไว้ในที่เดียว โดยอย่างน้อยต้องมี 6 หมวดข้อมูล คือ - ข้อมูลสภาพคลอง เช่น ความยาว ความกว้าง กลุ่มเขต และประเภทคลอง - ข้อมูลระดับน้ำ ข้อมูลการคาดการณ์น้ำท่วม และสถานะเตือนภัยแบบรายสถานี - ข้อมูลคุณภาพน้ำ เช่น DO (Dissolved Oxygen = ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำ), BOD (Biochemical Oxygen Demand = ค่าความต้องการออกซิเจนทางชีวเคมี) และ NH3-N (Ammonia Nitrogen = แอมโมเนียไนโตรเจน) - ข้อมูลโครงสร้างและจุดคอขวด เช่น ประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ ประตูเรือสัญจร จุดตื้นเขิน และจุดที่เรือผ่านไม่ได้ - ข้อมูลสิ่งรุกล้ำริมคลอง - ข้อมูลโครงการและความคืบหน้าการแก้ไขของ กทม. ซึ่งสอดคล้องกับระบบ Open Policy และ Dashboard รุกล้ำคลองที่ กทม.มีใช้อยู่แล้ว