ยกระดับโรงเรียนปลอดภัย เพิ่มสวัสดิการรถรับส่งนักเรียน คูปองคอร์สปิดเทอม 2,000 บาทต่อคน

ยกระดับโรงเรียนปลอดภัย เพิ่มสวัสดิการรถรับส่งนักเรียน คูปองคอร์สปิดเทอม 2,000 บาทต่อคน

นักเรียนปลอดภัย ผู้ปกครองอุ่นใจ ด้วยสวัสดิการรถรับส่งนักเรียนโรงเรียนสังกัด กทม. พร้อมยกระดับทุกโรงเรียนให้เป็น Sexual Harassment & Bullying-Free School ติดเครื่องปรับอากาศและโซลาร์เซลโรงเรียน กทม.ให้เป็นห้องเรียนปลอดฝุ่น แจกคูปองคอร์สปิดเทอม 2,000 บาทต่อคน มอบอิสระให้เยาวชนเลือกเสริมสร้างทักษะตามความสนใจ ลงทุนเพิ่มพื้นที่เล่นและเรียนรู้ในโรงเรียนของ กทม.ทุกแห่ง เพื่อรองรับทุกครอบครัวในทุกวันหยุดและปิดเทอม

ยกระดับโรงเรียนปลอดภัย เพิ่มสวัสดิการรถรับส่งนักเรียน คูปองคอร์สปิดเทอม 2,000 บาทต่อคน

ทำไมต้องแก้ปัญหา (Why)

การเดินทางไปรับส่งลูกหลานที่โรงเรียนเป็นภาระสำคัญของหลายครอบครัว โดยเฉพาะครอบครัวที่ไม่มีทางเลือกด้านการเดินทางมากนัก ในพื้นที่ที่ขาดแคลนระบบรถรับส่งนักเรียน หรือมีข้อจำกัดในการเข้าถึงขนส่งสาธารณะ ผู้ปกครองจำเป็นต้องรับภาระในการรับส่งบุตรหลานด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง ภาระดังกล่าวส่งผลกระทบทั้งในด้านเวลา ค่าใช้จ่าย และการดำเนินชีวิตประจำวันของครอบครัว ส่วนอีกหลายครอบครัวที่ลูกหลานโตพอจะสามารถดูแลตัวเองได้ เด็ก ๆ ต้องเดินทางไปกลับโรงเรียนด้วยตนเอง โดยหลายกรณีพบข้อจำกัดด้านการเดินทาง ไม่สามารถเข้าถึงระบบการเดินทางที่ปลอดภัยและเหมาะสมได้ จึงทำให้ต้องเผชิญความเสี่ยงระหว่างการเดินทางไปกลับโรงเรียนในทุก ๆ วัน ทั้งนี้ ยังมีหลายครอบครัวที่มีรายได้น้อย ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายทางการศึกษาสูงถึง 20% ของรายได้ ทำให้แทบไม่เงินเหลือสำหรับการซื้อหนังสือนอกตำรา เสริมสร้างทักษะนอกห้องเรียน หรือพาลูกหลานไปทำกิจกรรมในช่วงปิดเทอมได้ ดังนั้น กรุงเทพมหานคร (กทม.) จึงควรมอบสวัสดิการที่ครอบคลุมการแก้ปัญหาในทุกมิติ เพื่อแบ่งเบาภาระแก่ทุกครอบครัว และนอกเหนือจากเรื่องความพร้อมของครอบครัวที่ควรให้ความสำคัญแล้ว เรื่องสุขภาพจิตของนักเรียนก็เป็นปัจจัยสำคัญหนึ่ง ที่ส่งผลต่อการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็กเป็นอย่างมาก ปัจจุบันปัญหาการกลั่นแกล้งกันหรือการบูลลี่ในโรงเรียน รวมไปถึงพฤติกรรมการล่วงละเมิดทางเพศในเด็ก กลายเป็นปัญหาที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคม ที่ผ่านมาเด็กจำนวนมากถูกเพื่อนกลั่นแกล้ง หรือแม้กระทั่งถูกล่วงละเมิดทางเพศในโรงเรียน จนส่งผลให้เด็กกลุ่มนั้นเกิดความเครียด ซึมเศร้า ไม่อยากไปโรงเรียน ผลการเรียนตกต่ำ แยกตัวจากสังคม และบางกรณีถึงขั้นทำร้ายตัวเอง ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่ควรมองข้าม และต้องมีมาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้ไข ต้องทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัย ส่งเสริมให้เด็กได้มีการเรียนรู้ที่ดี มีพัฒนาการที่ดี มีจิตสำนึกที่ดี พร้อมเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพสู่สังคม

เราจะทำอะไร (What)

พรรคประชาชนเสนอนโยบายด้านสวัสดิการนักเรียน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระแก่ทุกครอบครัวในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ดังนี้ 1. สวัสดิการรถรับส่งนักเรียนสำหรับโรงเรียนสังกัด กทม.โดยสำรวจความต้องการในแต่ละพื้นที่ เพื่อประเมินจำนวนผู้ใช้บริการ และวิเคราะห์ลักษณะปัญหาด้านการเดินทางของนักเรียน จากนั้นกำหนดเส้นทางรับส่งให้เหมาะสมกับบริบทของชุมชน และสอดคล้องกับสภาพการเดินทางจริงในแต่ละพื้นที่ อีกทั้งกำหนดมาตรฐานการให้บริการด้านความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานคนขับ ยานพาหนะ หรือประกันภัย 2. ติดตั้งเครื่องปรับอากาศและห้องปลอดฝุ่นในโรงเรียน สังกัด กทม. พร้อมติดตั้งโซลาร์เซลบนอาคารเรียน เพื่อช่วยประหยัดค่าไฟไปพร้อมกันได้ 3. สวัสดิการคูปองคอร์สปิดเทอมการเรียนรู้ 2,000 บาทต่อคนต่อปี สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา (เฟสแรก) และมัธยมต้นทั่วกรุงเทพฯ ทั้งสังกัดโรงเรียน กทม.และ สพฐ. เพื่อปรับรูปแบบการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐไปสู่มือผู้เรียนโดยตรง (Demand-side Financing) เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเลือกใช้คูปองกับกิจกรรมการเรียนรู้ที่ตนเองสนใจได้อย่างอิสระ ครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น ค่าหนังสือ คอร์สศิลปะ คอร์สดนตรี คอร์สออนไลน์ ค่ายพัฒนาทักษะ หรือค่าเข้าชมแหล่งเรียนรู้ หรือใช้อุดหนุนการเรียนรู้ในช่วงปิดเทอมได้ 4. เปิดโรงเรียนสังกัด กทม.ทุกแห่ง เป็นพื้นที่เล่นและเรียนรู้ในวันหยุดและปิดเทอมสำหรับทุกครอบครัว แม้ไม่ได้เรียนในโรงเรียนสังกัด กทม. ก็สามารถมาใช้บริการห้องสมุด ลานกีฬา สนามเด็กเล่น ฯลฯ ภายในโรงเรียนสังกัด กทม. และพื้นที่ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาคประชาสังคมได้ 5. ยกระดับทุกโรงเรียนใน กทม.ให้เป็นโรงเรียนที่ปราศจากการกลั่นแกล้งรังแกและการล่วงละเมิดทางเพศ (Sexual Harassment & Bullying-Free School) ทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนักเรียนทุกคน ด้วยการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนที่ส่งเสริมความรู้ด้านการเคารพสิทธิมนุษยชน สร้างความเข้าใจเรื่องเพศอย่างทันสมัย พร้อมด้วยการจัดจ้างนักจิตวิทยาเด็กประจำโรงเรียน เข้าให้คำปรึกษาสัปดาห์ละ 2 วัน 6. ยกระดับทุกโรงเรียนใน กทม.ให้เป็นโรงเรียนปลอดภัย ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุภายในโรงเรียน ด้วยการสำรวจจุดเสี่ยงและปรับปรุงด้านกายภาพของโรงเรียนให้เป็นไปตามมาตรฐาน รวมถึงเพิ่มการติดตั้งอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น อุปกรณ์ตัดกระแสไฟฟ้ารั่ว เป็นต้น