เพิ่มผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียง 5,000 ตำแหน่ง และช่วยเหลือขึ้นทะเบียนคนพิการ

เพิ่มผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียง 5,000 ตำแหน่ง และช่วยเหลือขึ้นทะเบียนคนพิการ

ยกระดับระบบบริการดูแลผู้ป่วยระยะยาวและระยะท้าย สร้างงานผู้ดูแล 5,000 ตำแหน่ง ทำงานเต็มเวลารายได้ 15,000 บาทต่อเดือน รองรับการดูแลผู้ป่วยติดเตียง 15,000 คนทั่วกรุงเทพฯ ให้ผู้ป่วยใช้คูปองเลือกรับบริการจากผู้ดูแลที่ตนเองพึงพอใจได้ พร้อมสำรวจและให้ความช่วยเหลือการขึ้นทะเบียนคนพิการทั่วกรุงเทพฯ

เพิ่มผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียง 5,000 ตำแหน่ง และช่วยเหลือขึ้นทะเบียนคนพิการ

ทำไมต้องแก้ปัญหา (Why)

กรุงเทพมหานคร (กทม.) มีประชากรผู้สูงอายุอยู่ที่ประมาณ 1.4 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยติดบ้านประมาณ 20,000 คน, ผู้ป่วยติดเตียง 15,000 คน และผู้ป่วยติดเตียงระยะสุดท้าย 5,000 คน แต่ปัจจุบันกทม.มีนักบริบาล (Caregiver: CG) ให้การดูแลได้เพียง 3,000 คน หรือไม่เกิน 7% เท่านั้น การดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) คือ การดูแลคุณภาพชีวิตในวาระสุดท้ายอย่างมีคุณภาพ ทำให้ผู้ป่วยไม่เจ็บปวดทรมานและจากไปอย่างมีศักดิ์ศรี ซึ่งถือเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และยังส่งผลดีต่อสุขภาพจิตของคนข้างหลังที่ยังมีชีวิตอยู่ และแม้ประเทศไทยจะมีแนวทางการดูแลแบบประคับประคองแล้ว แต่ในทางปฏิบัติยังมีปัญหาที่ผู้ป่วยและครอบครัวยังต้องเผชิญ โดยมีปัจจัยดังนี้ 1. การเข้าถึงบริการต่ำ: ในปี 2568 มีผู้เสียชีวิตที่เข้าถึงการดูแลแบบประคับประคองเพียงประมาณ 50% ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด โดยประชาชนที่ป่วยระยะสุดท้ายใน กทม. มีผู้เข้าถึงบริการน้อยกว่า 5% 2. โครงสร้างพื้นฐานมีปัญหา: ระบบสุขภาพปฐมภูมิขาดความรู้และทักษะในการดูแลผู้ป่วยติดเตียงระยะท้ายในชุมชน รวมถึงประชาชนและท้องถิ่นยังขาดความรู้ ความตระหนักในการมีส่วนร่วมดูแลวาระสุดท้ายที่บ้านและชุมชน 3. ผู้ดูแลขาดแรงจูงใจ: ผู้ดูแลอาสาสมัครได้รับค่าตอบแทนต่ำและไม่เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถให้บริการได้เต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ กทม.ยังมีคนพิการอีกจำนวนมากที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนในระบบภาครัฐ ทำให้ไม่ได้รับสวัสดิการสำคัญ เช่น เบี้ยคนพิการ เงินกู้ไร้ดอกเบี้ย การศึกษาที่เหมาะสม รวมถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพ และอุปกรณ์ช่วยความพิการที่จำเป็น โดยอุปสรรคหนึ่งที่ทำให้คนพิการยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน คือ ปัญหาเรื่องการเดินทางที่ลำบาก ไม่มีคนพาไปติดต่อหน่วยงานราชการ หรือการขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และขั้นตอนการขึ้นทะเบียน

เราจะทำอะไร (What)

พรรคประชาชนเสนอนโยบายยกระดับระบบบริการดูแลผู้ป่วยระยะยาวและระยะท้าย รวมทั้งการขึ้นทะเบียนคนพิการในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) ดังนี้ 1. กำหนดเจ้าภาพในสำนักงาน กทม.จัดระบบบริการดูแลผู้ป่วยระยะยาวและระยะท้าย สำหรับประชาชนในเขตพื้นที่ กทม. 2. เติมงบประมาณดูแลผู้ป่วยระยะยาวและระยะท้ายจากกองทุน สปสช. กทม. ให้มีงบประมาณ 3,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อจัดระบบบริการ 3. ขยายโมเดลการดูแลผู้ป่วยระยะยาวและระยะท้ายของโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ เช่น การมีหอบริบาลผู้ป่วยระยะท้าย ระบบโรงพยาบาลออนไลน์ (Telemedicine) มอเตอร์แลนซ์ และระบบประสานงานการดูแลผู้ป่วยกับเครือข่ายสถานดูแลผู้สูงอายุเอกชน ศูนย์บริการสาธารณสุข และนิติบุคคลให้ครบทุก Health Zone 4. จัดตั้งศูนย์การดูแลสุขภาพระยะยาว (Long Term Care: LTC) ทำหน้าที่ประสานงานการดูแลผู้ป่วยระยะยาวและระยะท้ายประจำ Health Zone และศูนย์ดูแลผู้ป่วยค้างคืนระยะสั้น (Respite Care) ประจำ Health Zone 5. สนับสนุนระบบดูแลผู้ดูแลและชุมชน ด้านการฝึกอบรมนักบริบาล (Caregiver) และผู้จัดการดูแล (Care Manager) พัฒนาผู้ดูแลจากอาสาเป็นอาชีพ ให้มีความรู้และสมรรถนะทางใจในการดูแลผู้ป่วยระยะท้าย การตาย และความสูญเสีย สร้างงานนักบริบาล 5,000 ตำแหน่ง มีค่าตอบแทนที่เหมาะสม ทำงานเต็มเวลา (16 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ 2-3 ชั่วโมงต่อวัน ทุกวัน หรือ 8 ชั่วโมงต่อวัน จำนวน 2 วันต่อสัปดาห์) ได้รับค่าตอบแทนถึง 15,000 บาทต่อเดือน ทำงานร่วมกับศูนย์ประสานงานการดูแลสุขภาพระยะยาว (Long Term Care: LTC) 6. มอบคูปองดูแลผู้ป่วยติดเตียง/มีภาวะพึ่งพิง 15,000 คน แก่ผู้ป่วยใน กทม. สามารถเลือกใช้บริการนักบริบาลที่ตนเองพึงพอใจได้ 7. ฝึกอบรมนักบริบาล จ้างนักบริบาล จัดตั้งศูนย์ Day Care จัดตั้งธนาคารอุปกรณ์สนับสนุนการดูแล และให้บริการผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง และระยะท้าย 8. สำรวจจำนวนผู้พิการที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนในระบบภาครัฐทั่วกรุงเทพฯ พร้อมให้บริการพาผู้พิการไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เพื่อขอใบรับรองความพิการสำหรับเป็นหลักฐานใช้ในการขึ้นทะเบียนฯ และประสานกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเพื่อดำเนินการขึ้นทะเบียนฯต่อไป