ยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุขใกล้บ้าน

ยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุขใกล้บ้าน

ศูนย์บริการสาธารณสุขของ กทม. ทั้ง 69 แห่ง รับดูแลสิทธิบัตรทองเพิ่มเป็น 1 ล้านคน เพื่อแก้ไขปัญหารอใบส่งตัว พร้อมเพิ่มบริการศูนย์สุขภาพจิตชุมชน บริการกายภาพบำบัด ให้ผู้ป่วยไม่ต้องเดินทางไกลเพื่อเข้ารับบริการถึงโรงพยาบาล มีศูนย์ยืมคืนกายอุปกรณ์ที่มีมาตรฐานสำหรับผู้สูงอายุ/ผู้พิการ ผู้สูงอายุที่เข้ามาตรวจร่างกายได้รับไม้เท้าฟรี ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไปรับราวจับในห้องน้ำฟรี 200,000 ครัวเรือน พร้อมเป็นศูนย์บริการฉีดวัคซีนฟรีให้คน กทม.

ยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุขใกล้บ้าน

ทำไมต้องแก้ปัญหา (Why)

ระบบบริการสุขภาพในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ดูแลประชากรกว่า 7.8 ล้านคน ครึ่งหนึ่งเป็นสิทธิบัตรทอง แม้จะมีทรัพยากรมากกว่าพื้นที่อื่น แต่กำลังประสบปัญหาสำคัญที่กระทบต่อการให้บริการประชาชน ได้แก่ การออกใบส่งตัวทุกครั้งที่จะเข้าพบแพทย์ที่โรงพยาบาล ในขณะที่ศูนย์บริการสาธารณสุขของ กทม. (ศบส.) ทั้ง 69 แห่ง เคยรับดูแลสิทธิบัตรทอง 1 ล้านคนในปี 2565 แต่ทยอยปรับลดลงมาเป็น 8 แสนคนในปี 2569 จึงทำให้มีผู้ที่ประสพปัญหารอใบส่งตัวจากคลินิกอบอุ่นเพิ่มมากขึ้น ด้านการให้บริการสุขภาพจิต ยังมีช่องว่างระหว่างความต้องการและการให้บริการอยู่มากที่สุดเมื่อเทียบกับเขตสุขภาพอื่น กทม.ยังมีผู้ป่วยซึมเศร้าที่คาดการณ์ถึง 240,000 คน มีผู้ป่วยในจิตเวชถึง 10,000 คน แต่เข้าถึงบริการเพียง 25% เนื่องจากจำนวนโรงพยาบาลมีจำกัด ขณะที่การสร้างเสริมป้องกันสุขภาพจิตเด็ก การให้บริการผู้ป่วยจิตเภทก็ยังมีการให้บริการต่ำที่สุด ทั้งที่มีหน่วยบริการและผู้ให้บริการกระจุกตัวในกรุงเทพฯ รวมทั้งปัจจุบันพบว่าการดูแลฟื้นฟูผู้ป่วยระยะกลาง (Intermediate Care: IMC) เช่น ผู้ป่วยโรคทางสมอง (โรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke) ไขสันหลัง และกระดูกสะโพก ที่หากได้รับการฟื้นฟูอย่างถูกต้อง จะสามารถฟื้นตัวได้เร็วขึ้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้อีกครั้ง ซึ่งจะเป็นการลดภาระของครอบครัวและลดภาระทางการเงินของระบบสาธารณสุขในระยะยาว ระบบสาธารณสุขยังมีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงบริการ เช่น ผู้ป่วยไม่สะดวกเดินทางไกลเพื่อเข้ารับการรักษาฟื้นฟูที่โรงพยาบาล เป็นต้น ทำให้ผู้ป่วยบาดเจ็บที่สมอง มีอัตราการเข้าถึงบริการ IMC เพียง 9.78% ผู้ป่วยจำนวนมากพลาดการฟื้นฟูใน 6 เดือนแรก หลังเกิดอาการ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของการฟื้นตัว รวมถึงระบบบริการเป็นคอขวด หน่วยบริการปฐมภูมิหลายแห่งยังขาดพื้นที่และอุปกรณ์ สำหรับโปรแกรมฟื้นฟูตามมาตรฐาน และนอกเหนือจากระบบการฟื้นฟูภายหลังเกิดการบาดเจ็บแล้ว ในส่วนของการป้องกันก็ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร ผู้สูงอายุจำนวนมากยังขาดอุปกรณ์ที่จำเป็น ได้แก่ อุปกรณ์ป้องกันการล้ม ที่จะสามารถช่วยลดอัตราการบาดเจ็บ และลดภาระทั้งในฝั่งของครอบครัว และระบบสาธารณสุขที่ต้องใช้งบประมาณในการบำบัดฟื้นฟูได้เช่นกัน อีกทั้งที่ผ่านมาคนกรุงเทพฯจำนวนมาก ยังไม่สามารถเข้าถึงวัคซีนป้องกันโรคได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม เช่น กลุ่มเด็กและเยาวชนจากครอบครัวรายได้น้อย ไม่สามารถเข้าถึงวัคซีนไข้เลือดออกที่มีราคาสูงได้ ดังนั้น จากปัญหาด้านสาธารณสุขของ กทม.ทั้งหมดที่ได้กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่า ศบส.ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหาด้านสาธารณสุขให้แก่คนกรุงเทพฯได้ หากได้รับการยกระดับและพัฒนาให้สามารถสร้างประโยชน์ได้อย่างเต็มศักยภาพ

เราจะทำอะไร (What)

พรรคประชาชนเสนอนโยบายยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุข (ศบส.) เพื่อแก้ปัญหาสิทธิบัตรทอง การดูแลฟื้นฟูผู้ป่วยระยะกลาง (Intermediate Care: IMC) และการเข้าถึงวัคซีนป้องกันโรคในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ดังนี้ 1. ยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. ทั้ง 69 แห่ง ให้ดูแลผู้ป่วยสิทธิบัตรทองมากขึ้น จากเดิมที่ดูแลได้ 8 แสนคน จะเพิ่มศักยภาพการดูแลเป็น 1 ล้านคน 2. เพิ่มบริการสุขภาพจิตโดย ศบส. เพื่อให้บริการผู้ป่วยติดสารเสพติด ผู้ป่วยซึมเศร้า และผู้ป่วยจิตเวชอื่น ๆ เพื่อลดความแออัดในการเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลจิตเวช 3. เพิ่มบริการกายภาพบำบัดใน ศบส.ใกล้บ้าน ให้ผู้ป่วยไม่ต้องเดินทางไกลเพื่อเข้ารับบริการกายภาพบำบัดถึงโรงพยาบาล 4. พัฒนาศูนย์ยืมคืนกายอุปกรณ์หรับผู้สูงอายุ/ผู้พิการใน ศบส.ให้มีมาตรฐาน และยกระดับการให้บริการจากแนวทางของ กทม.ที่มีอยู่เดิม โดยเพิ่มเติมให้ครอบคลุมถึงการให้บริการหลังยืมกายอุปกรณ์ เช่น เตียงผู้ป่วย รถเข็นวิลแชร์ ไม้เท้าสามขา เครื่องดูดเสมหะ เป็นต้น 5. แจกแพกเกจอุปกรณ์กันล้ม ได้แก่ ไม้เท้าและราวจับในห้องน้ำ ฟรี ผู้สูงอายุทุกคนที่เข้ามาตรวจร่างกายที่ ศบส.จะได้รับไม้เท้าฟรี คนละ 1 ชิ้น ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป กทม.แจกราวจับในห้องน้ำฟรี จำนวน 200,000 ครัวเรือน 6. เพิ่มการให้บริการฉีดวัคซีนฟรี ได้แก่ วัคซีนโรคไข้เลือดออก วัคซีนโรคไข้หวัดใหญ่ และวัคซีนโรคปอดอักเสบ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงวัคซีน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ทำให้การเข้าถึงวัคซีนป้องกันโรค เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคนกรุงเทพฯ